ดอลลาร์กลับมาได้แรงหนุน หลังความเสี่ยงตะวันออกกลางยังไม่จบง่าย
ตลาด Forex วันที่ 24 เมษายน 2026 กลับมาอยู่ในโหมดระวังความเสี่ยงอีกครั้ง หลังการเจรจาสันติภาพระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านยังไม่มีความคืบหน้าชัดเจน ทำให้นักลงทุนยังไม่กล้าลดสถานะสินทรัพย์ปลอดภัยมากนัก และดอลลาร์สหรัฐมีแนวโน้มปิดสัปดาห์เป็นบวกครั้งแรกในรอบ 3 สัปดาห์ ดัชนีดอลลาร์เคลื่อนไหวบริเวณ 98.82 และเพิ่มขึ้นราว 0.58% ในรอบสัปดาห์นี้ ซึ่งสะท้อนว่าแรงซื้อดอลลาร์ในฐานะ safe haven ยังไม่หายไปจากตลาดเสียทีเดียว
ประเด็นที่ทำให้ตลาดยังตึงตัวคือความไม่แน่นอนบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางสำคัญของการขนส่งน้ำมันโลก เมื่อความเสี่ยงด้านพลังงานยังสูง ราคาน้ำมันก็ยังถูกหนุน โดย Brent ขึ้นเหนือ 106 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และ WTI อยู่ใกล้ 97 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในรายงานตลาดล่าสุด
ทำไมดอลลาร์ถึงแข็ง ทั้งที่ตลาดยังพูดเรื่องลดดอกเบี้ย
โดยปกติ ถ้าตลาดคาดว่าเฟดอาจลดดอกเบี้ย ดอลลาร์มักจะถูกกดดัน แต่รอบนี้ภาพซับซ้อนกว่าเดิม เพราะความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ยังทำให้นักลงทุนต้องการถือเงินสกุลดอลลาร์ไว้เป็นที่พักเงินชั่วคราว แม้จะยังมีคำถามเรื่องทิศทางดอกเบี้ยสหรัฐในระยะถัดไปก็ตาม
อีกด้านหนึ่ง ตลาดกำลังรอการประชุมของธนาคารกลางสำคัญหลายแห่งในสัปดาห์หน้า ทั้ง Fed, ECB และ BOE ทำให้ผู้เล่นจำนวนมากยังไม่กล้าเปิดสถานะใหญ่ก่อนรู้ท่าทีเชิงนโยบายที่ชัดเจนกว่าเดิม ในช่วงแบบนี้ ดอลลาร์จึงไม่ได้แข็งเพราะภาพเศรษฐกิจสหรัฐ “ดีมาก” เพียงอย่างเดียว แต่แข็งเพราะตลาดต้องการสกุลเงินที่มีสภาพคล่องสูงและใช้รับมือกับความไม่แน่นอนได้ง่ายกว่าเงินสกุลอื่น
เยนอ่อนใกล้ 160 ทำให้ความเสี่ยงแทรกแซงกลับมาเป็นประเด็นใหญ่
คู่เงินที่ต้องจับตาเป็นพิเศษคือ USD/JPY เพราะเงินเยนอ่อนค่าต่อเนื่องเป็นวันที่ห้า และยังเคลื่อนไหวใกล้ระดับ 160 เยนต่อดอลลาร์ ซึ่งเป็นโซนจิตวิทยาที่ตลาดมักมองว่าอาจกระตุ้นให้ทางการญี่ปุ่นออกมาตอบโต้ได้มากขึ้น
รัฐมนตรีคลังญี่ปุ่น ซัตสึกิ คาตายามะ ย้ำเมื่อวันที่ 24 เมษายนว่า ญี่ปุ่นพร้อมดำเนินการอย่าง “เด็ดขาด” หากค่าเงินเยนเคลื่อนไหวผิดปกติ พร้อมระบุว่าญี่ปุ่นยังประสานงานกับสหรัฐฯ อย่างใกล้ชิดในประเด็นค่าเงิน การส่งสัญญาณแบบนี้ทำให้ตลาดเริ่มระวังมากขึ้นว่า หาก USD/JPY ขึ้นเร็วหรือทะลุระดับสำคัญ อาจเกิดแรงกลับตัวฉับพลันจากความกลัว intervention ได้
สำหรับเทรดเดอร์ ข่าวนี้ไม่ได้แปลว่า “ซื้อดอลลาร์อย่างเดียว”
แม้ดอลลาร์จะดูแข็งในระยะสั้น แต่ตลาดตอนนี้ยังไม่ใช่ตลาดที่อ่านง่าย เพราะปัจจัยหนุนดอลลาร์มาจากความกลัวมากกว่าความเชื่อมั่นเต็มรูปแบบ หากข่าวตะวันออกกลางเริ่มผ่อนคลาย หรือราคาน้ำมันย่อลงแรง แรงซื้อ safe haven อาจถูกปิดสถานะอย่างรวดเร็ว และดอลลาร์อาจอ่อนกลับได้เหมือนที่เคยเกิดขึ้นในช่วงต้นเดือนเมษายน
สำหรับ USD/JPY ความเสี่ยงยิ่งสูงกว่าคู่เงินหลักอื่น เพราะด้านหนึ่งดอลลาร์ยังได้แรงหนุนจากความไม่แน่นอน แต่อีกด้านหนึ่งเยนอ่อนใกล้ระดับที่ญี่ปุ่นไม่สบายใจมากขึ้น หากเทรดเดอร์ไล่ซื้อ USD/JPY แบบไม่วางแผน อาจเจอแรงกลับตัวแรงจากคำแถลงของเจ้าหน้าที่หรือข่าวเกี่ยวกับการประสานงานแทรกแซงค่าเงินได้
EUR/USD และ GBP/USD ยังขาดแรงผลักของตัวเอง
ฝั่งยูโรและปอนด์ยังเคลื่อนไหวค่อนข้างจำกัด เพราะตลาดไม่ได้มีปัจจัยบวกเฉพาะตัวที่แข็งพอจะสวนแรงซื้อดอลลาร์ได้ชัดเจน ขณะเดียวกันยุโรปและอังกฤษยังอ่อนไหวต่อราคาพลังงาน หากน้ำมันยังยืนสูงจากความเสี่ยงตะวันออกกลาง เงินเฟ้อฝั่งต้นทุนอาจกลับมาเป็นโจทย์ที่ทำให้ ECB และ BOE ต้องระมัดระวังมากขึ้น
นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมคู่เงินหลักอย่าง EUR/USD และ GBP/USD อาจยังเคลื่อนไหวแบบลังเลในระยะสั้น คือไม่ได้อ่อนเพราะเศรษฐกิจยุโรปหรืออังกฤษแย่ลงทันที แต่ถูกกดดันจากการที่ตลาดยังเลือกถือดอลลาร์ในช่วงข่าวเสี่ยงมากกว่า
กลยุทธ์อ่านตลาดช่วงนี้: ดูน้ำมัน ดูเยน ดูธนาคารกลาง
สำหรับเทรดเดอร์ Forex ช่วงปลายเดือนเมษายน 2026 มีสามประเด็นที่ต้องติดตามพร้อมกัน
อย่างแรกคือราคาน้ำมัน เพราะหาก Brent ยังยืนเหนือ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ความกังวลเรื่องเงินเฟ้อและต้นทุนพลังงานจะยังเป็นแรงหนุนให้ตลาดอยู่ในโหมดระวังความเสี่ยงต่อไป
อย่างที่สองคือ USD/JPY บริเวณ 160 เพราะระดับนี้ไม่ใช่แค่ตัวเลขบนกราฟ แต่เป็นโซนที่เกี่ยวข้องกับความเสี่ยงเชิงนโยบายของญี่ปุ่นโดยตรง การเคลื่อนไหวแรงใกล้ระดับนี้อาจทำให้ข่าวแทรกแซงค่าเงินกลับมาเป็นตัวแปรหลักของตลาดได้ทุกเมื่อ
อย่างที่สามคือการประชุมธนาคารกลางสัปดาห์หน้า เพราะถ้า Fed, ECB หรือ BOE ส่งสัญญาณต่างจากที่ตลาดคาด คู่เงินหลักอาจเปลี่ยนจังหวะได้เร็ว โดยเฉพาะในช่วงที่ตลาดมี liquidity บางลงจากวันหยุด Golden Week ของญี่ปุ่น
สรุป
ดอลลาร์สหรัฐกลับมามีแนวโน้มปิดสัปดาห์เป็นบวกในวันที่ 24 เมษายน 2026 เพราะความไม่แน่นอนจากตะวันออกกลางยังหนุนแรงซื้อ safe haven ขณะที่ราคาน้ำมันสูงทำให้ตลาดไม่กล้ากลับเข้าสู่โหมดเสี่ยงเต็มตัว แต่จุดที่น่าจับตาที่สุดคือเงินเยน ซึ่งอ่อนใกล้ระดับ 160 ต่อดอลลาร์และทำให้คำเตือนเรื่องการแทรกแซงของญี่ปุ่นกลับมาเป็นประเด็นใหญ่ในตลาด Forex
